รีวิว YouTube Music บริการฟังเพลงฟรี ไม่มีโฆษณาจาก YouTube Red

YouTube Red ฟังเพลงฟรี แบบไม่มีโฆษณาคั่น

YouTube Red เปิดตัวไปเมื่อ ตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยให้บริการเฉพาะสหรัฐฯ เท่านั้น ในราคา 9.99 เหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 350 บาท สมาชิกแบบรายเดือนดู YouTube แบบไม่มีโฆษณา และมีแอพสำหรับฟังเพลงแยกมาต่างหาก นั่นก็คือ YouTube Music (ดาวโหลดได้เฉพาะ App store แอคเคาท์ US เท่านั้น)

โดย YouTube เคลมว่า นอกจากจะไม่มีโฆษณากวนใจแล้ว ยังมี Exclusive content ที่ผลิตขึ้นจาก YouTube Creator ส่งตรงถึงสมาชิกเท่านั้น อย่างเช่น PewDieDie นักแคสเกมส์ระดับโลก หรืออีกหลายๆ ช่องซึ่งผมเองก็ไม่เคยรู้จัก แต่ดูโปรดักส์ชันการถ่ายทำแล้ว ยังกะรายการทีวีมืออาชีพ ถ้าเป็นช่องหนัง ช่องซีรีย์ คุณภาพของภาพและเสียงก็ไม่ต่างจากที่ฉายในทีวี แถมส่วนใหญ่ใส่ Subtitle ภาษาอังกฤษมาให้ด้วย

YouTube Red

สำหรับวิธีการดาวโหลด YouTube Music และใช้บริการ YouTube Red นั้น ต้องใช้แอคเคาท์ US เท่านั้น และติดตั้งแอพ VPN เพิ่มเติม เพื่อแปลงเลข IP Address ให้เป็นผู้ใช้ในอเมริกา

YouTube Red

หน้าตาแอพ YouTube Music

YouTube Red

ลงทะเบียนด้วย Gmail

YouTube_Music_YouTube_Red-03

YouTube Music มีให้ทดลองใช้ 14 วัน

YouTube_Music_YouTube_Red-04

YouTube Red จะไปดึงประวัติการฟังเพลงเก่าๆ แล้วมาจัดเรียงเป็น Play list ให้เองอัตโนมัติ

YouTube_Music_YouTube_Red-05

ปุ่มขาวบน มีให้เลือกว่าจะฟังเสียง (Audio) อย่างเดียว ไม่มีภาพก็ได้ อันนี้ช่วยประหยัดแบนวิธได้เยอะ

YouTube_Music_YouTube_Red-07

เมื่อล็อคหน้าจอ ยังฟังเพลงได้เหมือนเดิม

YouTube_Music_YouTube_Red-08

หรือเข้าไปดูคลิปในแอพ YouTube แบบปกติ ดูหนัง ดูละคร ดูถ่ายทอดสด เมื่อปิดหน้าจอ จะยังได้ยินเสียงปกติ

 YouTube Red

โดยทาง YouTube ยังได้เคลมอีกว่า รายได้ส่วนหนึ่ง จะจ่ายให้สมาชิก สมกับความทุ่มเทในการผลิตคลิปดีๆ ออกมา

YouTube Red

หลังจากใช้งานผ่านมา 2 สัปดาห์ พบว่า YouTube ฉลาดจนน่ากลัว จัด Playlist มาให้แบบเดาใจได้แม่นเป๊ะ ว่ากำลังอยากฟังเพลงอะไร หรือบางทีก็ดึงเพลงเก่าๆ ที่เคยชอบฟังเมื่อหลายปีมาแล้วมาเล่นให้ฟัง เดาว่า YouTube ให้ Database ที่มีอยู่ ค้นหา และเลือกเพลงที่เราชอบมาเปิดให้ฟัง อาจจะรวมไปถึงพฤติกรรมว่าฟังเพลงนี้แล้ว ต่อด้วยเพลงอะไร หรือกดข้ามเพลงไหน

นอกจากนี้ยังใช้ความสามารถปุ่มควบคุมการเล่นพลงผ่านหูฟังไอโฟน ได้เช่นเดียวกับแอพฟังเพลง Apple Music หรือ Joox

สำหรับข้อเสียเท่าที่เจอ ไม่คิดว่าเป็นข้อเสียของ YouTube Red แต่หากเป็นที่ตัวคอนเท้นเอง โดยเฉพาะเพลง ถ้าเพลงไหนตอนขึ้นต้นอารัมภบทยืดยาว กว่าจะได้ฟังเพลงก็น่ารำคาญ

ส่วนในเรื่องของราคา ในฝั่งอเมริกา ราคานี้ไม่รู้ถูกหรือแพง ถ้าเปิดให้บริการในไทยที่ราคานี้ 350 บาท คงลำบากพอดู เมื่อเทียบกับ Joox ที่ให้ฟังฟรี หรืออย่าง Apple Music ที่จ่ายแค่เดือนละ 100 บาท

และสุดท้าย เป็นความคิดเห็นที่อยากฝากไปถึงคนที่ชอบบ่นรำคาญโฆษณาใน YouTube ว่า ถ้าตั้งใจจะเข้ามาฟังเพลงในนี้ อาจจะไม่เหมาะกับคุณ เพราะ YouTube ถูกสร้างมาเพื่อเป็นแพล็ตฟอร์มสำหรับการแชร์เนื้อหาวิดีโอ ไม่ได้สร้างมาเป็นสถานีวิทยุออนไลน์ การเปิดคลิป YouTube ฟังเพลงทั้งวันถือเป็นการสิ้นเปลืองแบนวิธมหาศาล ไม่ต่างจากการโหลดบิทในออฟฟิศ เพราะฉะนั้นการมีโฆษณาขึ้นมาคั่นกลางระหว่างชมคลิปหนึ่งคลิปก็ไม่ต่างจากการดูทีวี หรือว่าเราอาจจะเคยชินกับของถูก และฟรีมากเกินไป