แนะนำหนัง Moneyball (2011)

แนะนำหนัง Moneyball (2011)

Moneyball (2011) เป็นหนังที่ออกฉายเมื่อหลายปีก่อนแล้ว เห็นหลายๆ คนบอกว่าดี แต่ไม่มีเวลาได้ดู เพิ่งได้ดูผ่าน Hollywood HD ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

Moneyball เป็นหนังเกี่ยวกับ Billy Beane (Brad Pitt) อดีตนักเบสบอล ผู้เล่นทีม Oakland Athletics ในวันที่ที่ Billy เป็นผู้จัดการทีม กำลังปั้นทีมอยู่นั้น เค้าได้สูญเสียผู้เล่นฝีมือดี 3 คน จากการทุ่มทุนซื้อ ของทีมใหญ่ๆ ที่มีทุนหนา ในขณะที่ทีม Oakland มีทุนจำกัด ทีมของเค้าตกชั้น จนต้องพิ่งเด็กจบใหม่จากเยลล์ Peter Brand (Jonah Hill Feldstein) ที่จบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ ใช้หลักสถิติในการปั้นทีมใหม่ มองหาผู้เล่นที่มีฝีมือดี แต่ถูกมองข้าม และมีค่าตัวถูกเกินไป Beane ใช้เงินทุนในการทำทีมที่มีอยู่อย่างจำกัด สร้างทีมที่อยู่เพียง 1 ใน 3 ค่อยๆ ไต่เต้าจากทีมตกชั้น เป็นทีมที่ชนะติดต่อกันจนเป็นที่จับตามองของทั่วประเทศ

moneyball-01

ข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้

  • การพิสูจน์ความเชื่อ วิธีการทำทีมของ Beane เป็นเรื่องใหม่ ปฏิวัติการทำทีมเบสบอลจากเดิมที่ใช้แมวมอง มาเป็นการใช้หลักสถิติ ซึ่งเป็นที่กังขาต่อเจ้าของทีม ทีมแมวมอง โค้ช รวมไปถึงแฟนเบสบอล แต่ในที่สุด เมื่อเค้ายืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่น ไม่ล้มเลิก ในที่สุดทุกคนก็ได้ประจักษ์ในสิ่งที่เค้าทำลงไป
  • การทำงานเป็นทีม และการประสานเป็นหนึ่ง Beane เป็นอดีตผู้เล่นที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม เข้าใจการเล่นกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี ประกอบกับได้นักวิเคราะห์ฝีมือดีอย่าง Peter Brand เข้ามาช่วยงาน โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้าช่วย แสดงให้เห็นว่าไม่ทุกคนจะเก่งทุกเรื่อง บางเรื่องต้องหยิบยืมความสามารถของคนอื่นมาร่วมด้วย งานถึงจะสำเร็จไปด้วยดี ถึงแม้บทบาทของ Beane จะต้องเผด็จการในบางจังหวะ แต่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ในฐานะผู้จัดการทีม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปให้ได้

moneyball-02

  • กำลังใจจากครอบครัว บุคคคลผู้ประสบความสำเร็จทุกคนต้องมีหน่วยสนับสนุนหลังบ้านที่ดี ในหนังไม่ได้บอกภูมิหลังว่าทำไม Beane ต้องแยกทางกับภรรยา แต่เค้ายังมีลูกสาววัย 11 ปีเป็นกำลังใจสำคัญ และการแอบให้กำลังจากอดีตภรรยา
  • Adapt or Die ไม่ปรับตัวก็ตาย หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าวิธีการทำทีมเดิมๆ ไม่ได้ผลอีกต่อไป ในโลกทุนนิยม ที่แข่งขันกันด้านเงินทุน ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างทีม Oakland Athletics ทำให้ Beane จำเป็นต้องเลือกเส้นทางที่แตกต่าง แม้จะถูกค่อนขอด ไม่เห็นด้วยจากหลายฝ่ายก็ตาม
  • moneyball-03

moneyball-04

Boyhood หนังอะไรฟระ ถ่ายทำตั้ง 12 ปี

Boyhood เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กอเมริกันวัย 6 ขวบ จนถึงอายุ 18 ปี พร้อมกับตัวละครหลักอีกสองตัวคือแม่ และพี่สาว

ทีมงานได้นัดแนะนักแสดงหลักมาเจอกันปีละไม่กี่วัน เพื่อค่อยๆ ถ่ายไปเรื่อยๆ นับถือในความพยายาม ตั้งใจของทีมงานสร้างมากๆ รวมไปถึงสปิริตของนักแสดงทุกคน

Boyhood ถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาชีวิตครอบครัว การอย่าร้างในอเมริกันโดยพยายามชูบทบาทความเป็นแม่ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ในขณะที่คนเป็นพ่อก็พยายามรักษาบทความความเป็นแม่ รักษาระยะห่าง และความสัมพันธ์กับลูกๆเป็นอย่างดี

[คำเตือน บางส่วนมีการเปิดเผยเนื้อหาในภาพยนต์]

ตลอดระยะเวลา 2 ชม. กับอีก 45 นาที หนังค่อยๆเล่าเรื่องราวแบบเติบโตไปกับหนัง มีสอดแทรกชวนให้ตั้งคำถามตลอดเวลา

การมีครอบครัวก่อนวัยอันควรก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป หากแต่รู้จักมองหาความสุขในสิ่งที่ตนเองมีและปกป้อง รักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด

การหย่าร้าง หากมีวิธีการจัดการที่ดี ปัญหาเด็กขาดความอบอุ่นในครอบครัวก็จะลดน้อยลงไปได้

มีหลายฉากที่ทำเอาผมสะอึกเลย ทั้งฉากวันที่ลูกคนสุดท้องต้องโบยบินออกจากรัง ไปเรียนมหาลัย ย้ายออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่ผู้เป็นแม่ต้องย้ายออกจากบ้านที่มีทุกอย่างพร้อม ไปเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่เพื่อลดค่าใช้จ่าย คนเป็นลูกพร่ำพูดถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ และการอยู่ห่างไกลบ้านที่มีอิสระ ในขณะที่แม่ต้องเสียน้ำตา สิ่งที่เธอพยายามมาตลอด 10 กว่าปีตั้งแต่เธอมีลูกคนแรก บทบาทของเธอกำลังจะจบไป แล้วยังไง เธอต้องอยู่คนเดียวหรอ ?

อีกฉากประทับใจ ในวันที่เธอไปกินข้าวกับลูกๆ ทั้งสองคน ก่อนที่ลูกๆ จะย้ายไปเรียนมหาลัย ก็มีเด็กเสริฟคนเดินหนึ่งเดินเข้ามาทักทาย และขอเลียงขอบคุณเธอและครอบครัว จะเป็นการขอบคุณอะไรนั้น ไม่ขอเล่าครับ ติดตามได้ในโรง

เกือบสามชั่วโมง นั่งดูแล้วปวดตูด

อิ่มครับ หนังดีมาก ดูแล้วรู้สึกรักแม่ขึ้นมาทันทีทันใด