Mission Impossible 5 กับอาลีบาบา

Mission Impossible หนังแฟรนไชส์ที่ติดตามดูทุกภาค และภาคนี้ดำเนินมาถึงภาคที่ 5 กันแล้ว ลุงทอมยังหล่อเฟี้ยว ฟิตเปรี๊ยะเหมือนเดิม

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีฉากโปรโมทปล่อยออกมา ฉากที่ Tom Cruise เกาะเครื่องบิน บินจริง ไม่ใช้แสตนด์อิน มีเพียงสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้น ฉากนี้ได้สร้างกระแสหนังได้เป็นอย่างดี เด็ดว่าปีนตึกเบิร์จ คาลิฟา ที่ดูไบซะอีก และที่เด็ดไปกว่านั้นคือเรื่องนี้ไม่ได้มีฉากเด็ดแค่ฉากที่ว่านี้เพียงอย่างเดียว มีตั้งแต่ฉากการลงไปปฏิบัติภารกิจภายใต้ระดับน้ำลึกของระบบรักษาความปลอดภัยสุดล้ำ รวมไปถึงฉากที่ผมชอบมากที่สุดคือฉากไล่ล่าบนถนน

la-et-ct-alibaba-pictures-paramount-mission-impossible-rogue-nation-20150624

ยังมีอีกหลายฉากที่ชอบมาก ชนิดจิกเบาะแทบทุก 10 นาทีกันเลยทีเดียว

เรื่องนี้มีโฆษณา Lumia และแท็บเล็ตของ Microsoft เอาใจช่วยให้เข็นให้ขึ้น อยู่รอดไปนานๆ นะครับ

มีมอเตอร์ไซต์ MBW และรถ MBW ที่ใช้ในฉากไล่ล่า แต่ละคันสวยๆ ทั้งนั้น สุดแสนจะเสียดาย

สิ่งที่สะดุดตาผมเป็นที่สุดคือ หนังเรื่อง Mission Impossible 5 : Rouge Nation นี้ ได้กลุ่มทุน Alibaba Pictures เป็นผู้ลงทุนร่วมกันกับ Bad Robot และ Skydance Productions ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่กลุ่มทุนเทคโนโลยีจากแดนมังกร จะหันมาเอาดีทางด้านธุรกิจภาพยนต์

แต่หากติดตามชีวิตประวัติของแจ็ค หม่า ผู้ก่อสร้าง Alibaba.com ซึ่งเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน และของโลกจะพบกว่าแจ็ค หม่า มีความสัมพันธ์อันดีกับนักสร้างภาพยนต์ ผู้กำกับ และนักแสดงระดับแม่เหล็กชาวจีนหลายคน ในวันที่เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจดอทคอม เค้าเป็นไอดอลทั้งนักธุรกิจเกิดใหม่ รวมไปนักนักแสดง คนทำงานวงการหนังไปด้วย

การแผ่ขยายอาณาจักรธุรกิจบันเทิงของ Alibaba ที่เห็นได้ชัด และเป็นรูปเป็นร่างเห็นได้จากการเปิดธุรกิจวิดีโอสตรีิมมิ่ง ที่ชื่อว่า TBO ย่อมากจาก Tmall Box Office เป็นธุรกิจเช่าหนังออนไลน์ รูปแบบเดียวกัน Netflix, HBO จากฝั่งอเมริกา มีทั้งภาพยนต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มา และหนังที่สร้างขึ้นเอง โดยเฉพาะซี่รีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อฉายบน TBO ในจีนโดยเฉพาะ

การเข้าถือหุ้น และลงทุนในภาพยนต์ฮอลีวูด อาลีบาบาหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าถึงทรัพยากร เทคโนโลยี และคอนเนคชั่นใหม่ๆ เพื่อการแผ่ขยายสู่ธุรกิจบันเทิงครบวงจรต่อไป

1440202-thumb

ผู้ก่อตั้ง Alibaba.com บอกว่า “ถ้าใครอายุ 35 แล้วยังไม่รวย ต้องโทษตัวเอง”

คุณเคยได้ยินประโยคนี้มั้ย ?

“คุณเกิดมาจน ไม่ใช่ความผิด

แต่ถ้าคุณตายไปทั้งๆที่ยังจน นั่นเป็นความผิดของคุณ”

ผมว่าจริงนะ หลายคนมักจะบ่นน้อยใจในโชคชะตา ว่าเกิดมาไม่มีอย่างใครเขา

บางคนเกิดมาพร้อมกันต้นทุนที่ดี ในตระกูลร่ำรวย ชาติสกุลที่ดี ก็มีเหตุทำให้ชีวิตล่มจมได้

บทความต่อจากนี้คัดลอกมากจาก kiitdoo.com ชื่อบทความ “Jack Ma ชี้ “ถ้าใครอายุ 35 แล้วยังไม่รวย ต้องโทษตัวเอง”

สำหรับใครที่สงสัยว่า Jack Ma คือใคร ? Alibaba.com คืออะไร

Jack Ma (แจ๊ก หม่า) คือชายชาวจีน ร่างเล็ก ที่ยึดอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยเงินเดือน 600 บาท เดินทางไปแสวงโชคที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1995 และที่นั่นทำให้เขาได้รู้จักกับอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก และจากการค้นหาคำว่า “Beer” แล้วค้นพบว่าไม่มีผลการค้นหาใดๆ ที่มาจากจีนเลย จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดัง Alibaba.com เมื่อปี 1999 และที่เป็นข่าวใหญ่ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เนื่องจากว่าได้มีการนำ Alibaba Group เข้าตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ค พร้อมกับทำสถิติการรขายหุ้นให้กับนักลงทุนครั้งแรก หรือ IPO ด้วยมูลค่าสูงถึง 25,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 800,000 ล้านบาท ส่งผลให้ Jack Ma กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน และติดอันดับ 1 ใน 50 มหาเศรษฐีโลก จากนิตยสารฟอร์บส์

ถ้าใครอายุ 35 แล้วยังไม่รวย ต้องโทษตัวเอง

งานเขียนชิ้นนี้ ที่ผ่านการแปลมาจากภาษาจีนโดย Vulcan Post นั้น Jack Ma เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงคนที่ต่อต้านความคิดของเขาในการก่อตั้ง Alibaba เมื่อตอนที่เขาอายุ 24 ปี

เขาเล่าว่า :

“หลังจากที่ถกกันราว 2 ชั่วโมง พวกเขาก็ยังงง กับความคิดของผม มี 23 คน จากทั้งหมด 24 คน บอกให้ผมเลิกล้มความคิดนี้ซะ ด้วยเหตุผลหลากหลายมากมาย เช่น ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเลย และที่สำคัญผมไม่มีเงินทุนเพียงพอด้วย!”

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Jack Ma รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เขาต้องทำคือ ทำให้เขาเอง “ประสบความสำเร็จ” บนความคิด และความฝันของเขาเท่านั้น และเขาจะไม่มีวันหยุดเดิน เพียงเพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วย

Jack Ma เขียน 4 เหตุผลที่คนเรามัก “ยอมแพ้” ในชีวิต ดังนี้

  1. คิดอะไรแคบ หรือมองสั้นๆ เกินไป เมื่อมาถึงโอกาส
  2. ไม่เห็นค่าของโอกาสที่อยู่ตรงหน้า
  3. ไม่เข้าใจสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง
  4. ทำอะไรช้าเกินไป

“บนโลกใบนี้ มันอาจมีบางอย่าง ที่ยากเกินจะหยั่งถึง แต่มันไม่มีสิ่งไหนหรอก ที่เราจะทำมันไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับความแน่วแน่ เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายของเรา ก็เท่านั้นเอง ที่จะกำหนดอนาคตของเรา”

การที่เรายากจน มันไม่ได้การันตีหรอกนะว่าเราจะได้รับความเห็นใจ ความช่วยเหลือ และความรักจากคนอื่น โดยเขาบอกว่า
ถ้าครอบครัวคิดว่าเราไร้ค่าเมื่อไหร่ ไม่มีใครสงสารคุณหรอก

  • ถ้าพ่อแม่คุณ ไม่มีเงินจ่ายยารักษาโรค ไม่มีใครสงสารคุณหรอก
  • ถ้าคุณถูกคู่แข่งเอาชนะ ไม่มีใครสงสารคุณหรอก
  • ถ้าคุณถูกคนที่คุณรักทิ้งไป ไม่มีใครสงสารคุณหรอก
  • ถ้าคุณอายุ 35 แลัวยังไม่สำเร็จอะไรซักอย่าง ไม่มีใครสงสารคุณหรอก

ท้ายที่สุด เขาจบด้วยประโยคที่ว่า “Go Gig or Go Home” โดยเขาบอกว่า นี่แหละที่ชีวิตคนเราต้องเลือก มันคือเรื่องจริงของชีวิต!

ที่มา : kiitdoo.com

แถมท้ายด้วยคลิปการบรรยายที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อปี 2012

ภาพประกอบจาก wantchinatimes.com