วิธีตั้งค่าปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติบนเฟซบุ๊ค

วิธีการปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติ หรือ Video Autoplay บน Facebook ทำได้ดังต่อไปนี้

วิธีปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติ สำหรับ Facebook App บน iPhone

  1. ไปที่เมนู More (เพิ่มเติม) มุมขวาล่าง แล้วเลือกที่ Setting (การตั้งค่า)
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-iphoneen-1
  2. เลือก Account Setting (การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้)
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-iphoneen-2
  3. Video and Photos (วีดีโอและรูปภาพ)
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-iphoneen-3
  4. ตรง Video Setting (การตั้งค่าวีดีโอ) ให้เปลี่ยนเป็น Never Autoplay Videos หรือ ไม่ต้องเล่นวิดีโออัตโนมัติ
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-iphoneen-4ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-iphoneen-5

วิธีปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติบนบราวเซอร์

  1. ไปที่เมนูดรอปดาวมุมขาวบน เลือก Settings (การตั้งค่า) แล้วคลิกที่ Videos
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-1
  2. ภายใต้แถบ Video Settings (การตั้งค่าวิดีโอ) ตรงบรรทัด Auto-Play Videos ให้เปลี่ยนเป็น Off หรือ ปิด
    ปิด-vdo-auto-facebook-ปิดเล่นวีดีโออัตโนมัติเฟซบุ๊ค-2

[ทิป] Save ลิ้งค์ที่แชร์ใน Facebook เก็บไว้อ่านทีหลัง

Facebook ได้ปล่อยฟีเจอร์นี้มาซักพักแล้ว เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกลิ้งค์ หรือวิดีโอที่น่าสนใจเก็บไว้อ่าน หรือดูทีหลังได้ คล้ายกันกับการ Bookmark นั่นแหล่ะ แทนการแปะๆๆ ลิ้งค์ไว้เต็มหน้า News Feed กะไว้ว่าว่างๆจะกลับมาอ่านทีหลัง ซึ่งนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก บางทีถ้าแปะๆๆ เก็บๆๆๆ แบบนี้เยอะๆ ก็จะรก News Feed คนอื่นๆ ก็ได้

facebook-logo-new-2015

สำหรับวิธีการ Save ลิ้งค์ หรือวีดีโอนั้น ให้คลิกที่ลูกศรตรงมุมขวาบนของโพสท์นั้นๆ แล้วคลิกที่ “Save” อันนี้ในกรณีที่เมนูเป็นภษาอังกฤษนะครับ ส่วนภาษาไทยไม่แน่ใจ น่าจะเป็นบันทึก

2015-07-02_0009

2015-07-02_0011

จากนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะอ่านที่บันทึกไว้ ก็สามารถกลับเข้ามา โดยไปทีเมนูด้านซ้ายมือ แล้วคลิก “Saved”

2015-07-02_0012

2015-07-02_0013

2015-07-02_0014

2015-07-02_0015

มีแยกให้เห็นทั้งที่เป็นลิ้งค์, วีดีโอ, สถานที่ ฯลฯ

ส่วนเวอร์ชั่นมือถือวิธีการบันทีกก็คล้ายๆ กัน และการเข้าไปดูลิ้งค์ที่ Save ไว้นั้น ให้ไปที่เมนู “More” มุมขวาล่าง ตามรูปได้เลยครับ

IMG_1931

IMG_1932

5 เทคนิคการประหยัดแบต Zenfone

หลายๆ คนที่เห็นผมใช้ Asus Zenfone ชอบถามว่า Zenfone 4 ที่ใช้อยู่ตอนนี้ใช้ดีมั้ย เห็นขายดี สเปคแรงเกินราคา หาซื้อไม่ได้ แล้วทำไมราคาแพงขึ้น ? ฯลฯ

ให้ตอบกันตามตรงต้องบอกว่าปัญหาที่ประสบพบเจอทุกวันนี้มีอยู่ 2 เรื่องคือ แบตเตอรี่ไม่สามารถอยู่ได้เต็มวัน ต้องพก Power Bank ตลอดเวลา และเครื่องอืดเมื่อเปิดหลายๆ แอพพร้อมกัน

แล้วถ้าไม่อยากพก Power Bank ต้องทำไง มีวิธียืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นมาแนะนำครับ แม้จะเป็นวิธีพื้นๆ ที่ผู้ใช้ Android ทุกคนน่าจะทราบ แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากอัพเดทซอฟแวท์เป็น Kitkat 4.4.2 แล้ว รู้สึกดีขึ้นมาก

Screenshot_2014-10-27-14-14-43

5 เทคนิคประหยัดแบต Zenfone

  • Power Saver เป็นฟีเจอร์เด็ดที่มีมาในซีรีย์ Zenfone ที่มีโหมดให้เลือกทั้ง Ultra-savinve mode โดยระบบจะตัดการเชื่อมต่อ internet อัตโนมัติทันทีที่หน้าจอดับ ดังนั้นในระหว่างที่หน้าจอดับ LINE จะไม่เด้ง ระบบแจ้งเตือนต่างๆ อย่าง Facebook, Chat ก็จะไม่เด้งเตือน ทันที่เราปลุกเครื่องให้ตื่น เครื่องก็จะต่อ internet เหมือนเดิม แล้วสารพัดเด้งเตือนก็จะกลับมา มีข้อดีตรงลดการรบกวนระหว่างวันก็ได้ บางทีเราไม่จำเป็นต้องตอบสนองทุกการแจ้งเตือนบ้างก็ดีนะครับ กับอีกโหมด คือ Optimize-mode ที่แค่ลดความสว่างหน้าจอ แต่ internet ยังเชื่อมต่อตลอดเวลา กับโหมดสุดท้าย Customize-mode ที่ตั้งค่าให้ว่าจะให้เปิด-ปิดอะไรได้บ้าง

Screenshot_2014-10-27-14-15-58

  • 3G On/Off ง่ายๆ เลย ปิดการเชื่อมต่อ 3G ไปเลยครับ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยเปิด
  • Auto-sync ปิดการเชื่อมต่อ email, photo sync, contact sync จะเช็คอีเมลเมื่อไหร่ค่อยเปิด

Screenshot_2014-10-27-14-14-25

  • GPS เดี๋ยวนี้หลายๆ แอพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำทางมักจะใช้ GPS ร่วมด้วย เช่น แอพชอปปิ้งออนไลน์, เช็ครอบหนัง ที่จะคอยบอกว่าโรงหนังใกล้ที่สุดของเราคือโรงอะไร ทั้งๆ ที่บางทีเราอาจจะไม่ต้องการรู้ ดังนั้นการปิด GPS ในตอนที่ไม่ได้ใช้แอพที่เกี่ยวข้องกับการเช็คอิน,หรือนำทางก็จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ไปได้มาก
  • WiFi ครับ ปิด wifi แบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ เปิดเฉพาะเท่าที่จะใช้

สุดท้าย ถ้ากังวลเรื่องแบตเตอรี่ใน Zenfone 4 ไม่แนะนำให้ซื้อครับ ลองอัพเกรดเป็น Zenfone 5,6 จะดีกว่า

อ้าว!!! แล้วทั้งหมดที่พูดมาคืออัลไล?

ช่างมันเหอะ เอาเป็นว่าด้วยขนาดที่กระทัดรัด พอดีมือ คิดว่ายังพอใช้ได้ครับ

อ่านรีวิว “1 เดือน กับ Asus Zenfone 4”

Gmail กับการลงชื่อเข้าใช้หลายบัญชีพร้อมกัน

บริษัทหรือหน่วยงานไหนที่ใช้อีเมลองค์กรเป็นบริการจาก Google Apps หรือใครก็ตามที่มี Gmail หลายบัญชี จะเจอปัญหาต้อง Sign out ออกก่อน ถึงจะสลับไปใช้บัญชีอื่นได้ หรือไม่ก็เปิดบราวเซอร์อีกตัวไปเลย

Google ทราบถึงปัญหานี้ดีครับ ก็เลยออกฟีเจอร์ Multiple Sign-in ออกมา ซึ่งก็มีมานานแล้ว และใน Outlook.com หรือ Hotmail ที่พวกเราคุ้นเคยกันดีก็มีความสามารถที่ว่านี้ครับ

การ Log in Gmail หลายๆ บัญชีพร้อมกันทำได้ดังต่อไปนี้

  1. Log in ที่หน้า Gmail แล้วคลิกที่รูปโปรไฟล์ที่มุมขวาบน
  2. เลื่อนลงมาเลือก Add Account
    001
  3. กรอกอีเมลที่เป็น Gmail หรืออีเมลบริษัทที่เป็น Google Apps
    002
  4. จากนั้นคลิก Sing in แค่นี้ก็สามารถสลับ Account ไปมาโดยไม่ต้อง Log out หรือ Log in ไปมา
    003

    004

การดาวโหลดคลิป Facebook Look Back

วันนี้ ( 4 ก.พ. ) ครบรอบการก่อตั้ง Facebook ทาง Mark และทีมงานได้ออกฟีเจอร์ A Look Back ให้สมาชิกได้ประมวลภาพที่ผ่านมาว่าตั้งแต่สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Facebook.com มีกิจกรรมเด็ดๆ อะไรบ้าง คาดว่าหลายๆ คนคงอยากดาวโหลดเก็บไว้ หรือแบ่งปันผ่าน Social Network อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook เอง หรือ YouTube

*ล่าสุดวันนี้ ( 5 ก.พ.) ทาง Facebook ได้เพิ่มปุ่ม “Share Your Movie” ให้ทางขวาบน ให้แล้ว ใครที่ไม่อยากดาวโหลดให้เสียเวลา ก็กดปุ่มนี้แชร์ได้เลย

FacebookLookBack-07

วิธีดูดคลิปจากเฟซบุ๊ก

ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ www.fbdown.net

ขั้นตอนแรก ให้เข้าไปที่หน้า http://www.facebook.com/lookback

FacebookLookBack-01

ขั้นตอนที่สอง มองหา Source Code โดยการกดคีย์ลัด Ctrl+U สำหรับ Google Chrome นะครับ ส่วน Browser อื่นๆ ลองคลิกขวาดู แล้วหาคำว่า View Source Code

ขั้นตอนที่สาม Copy Source Code ทั้งหมด โดยใช้คีย์ลัด Ctrl+A แล้วตามด้วย Ctrl+C

FacebookLookBack-02

 

FacebookLookBack-03

ขั้นตอนที่สี่ ขั้นตอนสุดท้าย ให้วางโค๊ดทั้งหมดลงในกล่องสี่เหลี่ยมในเว็บไซต์ www.fbdown.net จากนั้นกดปุ่ม Download ได้เลยครับ

FacebookLookBack-04

FacebookLookBack-06

และอีกวิธีหนึ่ง ให้เข้าหน้า Facebook Look Back ผ่านบราวเซอร์ IE โดยพิมพ์ http://m.facebook.com/lookback จากนั้นกดที่ VDO แล้ว Save As ได้เลย แต่ความละเอียดจะเลือกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเตอร์เน็ตนะครับ

ซึ่งข้อมูลที่แสดงก็จะมีเรื่องราวของเราดังต่อไปนี้

  • เริ่มสมัคร Facebook เมื่อปีไหน
  • เรื่องที่โพสท์ครั้งแรกคือเรื่องอะไร
  • รูปที่ถูกกด Like มาที่สุด
  • รูปที่ถูก Share มากที่สุด
  • และยำๆ หลายๆโมเม้นท์เข้าด้วยกันประมาณ 20 รูป