เรื่องน่ากังวลของคนดิจิทัล

หลายวันก่อนเห็นบล็อก “เรื่องน่ากังวลของแรงงานการตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน” จาก www.nuttaputh.com แล้วมีหลายประเด็นที่เห็นด้วย และอยากจะเสริม

ทำไมขาดแคลนแรงงาน Digital Marketing

เพราะ Digital Marketing แบบจริงๆ จังๆ เพิ่งมีในเมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก่อนการตลาดเน้นไปยังสื่อกระแสหลัก สื่อดั้งเดิม (Traditional Media) มีการเรียน การสอนเยอะแยะ พอปรับตัวเข้าสู่โหมดดิจิทัลอย่างจริงจัง เริ่มหาคนเป็นงานยาก เพราะถ้าจบสายการตลาดจ๋า โฆษณาจ๋า มักจะไม่เก็ตเรื่องไอที Geek ไม่มากพอ ตามไม่ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ครั้นจะเป็นคนจบสายไอที ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ หรือสายสารสนเทศ (ICT) มีความเป็น Geek มาก แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการตลาด การโฆษณาอีกมาก ส่วนใหญ่ที่รู้จักมักจะผันตัวมาจากสายนี้ และใช้เวลาในการพัฒนาตัวเอง ปรับปรุงเรื่องที่ยังไม่เข้าใจซักพัก กว่าจะแก่นแก้ว

การพัฒนาองค์ความรู้ Digital Marketing

ส่วนตัวชอบมีคนรอบข้างเข้ามาถามว่าถ้าอยากรู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ต้องไปเรียนที่ไหน เทคคอร์สอะไรบ้าง ตอบได้คำเดียวครับว่า “ไม่มี” สมัยนี้อาจจะเริ่มมีเยอะมากขึ้น แต่เมื่อก่อนต้องขวนขวายหาความรู้เอง เกิดจากความสนใจใคร่รู้เป็นหลัก อ่านบล็อกต่างประเทศ สั่งหนังสือภาษาอังกฤษจากอะเมซอนมาเปิดดิกแปลเอง ทั้งๆที่ text book ในสาขาที่เรียนเองไม่ได้ทุ่มเทขนาดนี้เลย อ้อ!! อีกอย่างผมจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา Aviation Management (การจัดการการบิน) ครับ คือเรียนผสมกันระว่าศาสตร์การบิน กับศาสตร์การบริหารธุรกิจ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ Digital Marketing เลย

การแย่งตัวแรงงาน Digital Marketing

เมื่อทำงานในวงการนี้ไปซักพัก ถ้าโปรไฟล์โอเคในระดับนึง จะเริ่มถูกทาบทาม ทั้งฝั่งแบรนด์ และฝั่งเอเจนซี่ หรือที่เรียกกว่ากัน Head Hunter/Recruiter นั่นแหล่ะครับ ผมเคยถูก Head Hunter โทรมาเสนอตำแหน่งงานพร้อมกัน 3 บริษัท พร้อมๆ กันในเดือนเดียวกัน ข้อเสนอก็ช่างเย้ายวน มีอยู่ครั้งนึงได้รับโอกาส Interview จากบริษัทต่างชาติจากสิงคโปร์ ทั้งทำแบบทดสอบวัด attittude สัมภาษณ์ทาง skype แล้ว สุดท้ายด้วยหลายๆ ปัจจัยทำให้ไม่ได้ไปร่วมงานกับที่นั่น ไม่รู้สึกเสียดายนะ รู้สึกโชคดีเสียอีก ทำให้รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน และต้องเดินไปยังจุดไหน ทำให้มีทิศทาง เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน

แรงงานไม่ได้ประสิทธิภาพ

เนื่องจากการอุบัติขึ้นของ social network ความสำเร็จมากมายของ start up เกิดจากการมีไอทีเป็นตัวช่วย คนที่จะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ถึงแก่นก็น่าจะเป็นคนที่เกิดมากับมัน ก็คนอย่าง Gen Y อย่างผมลงไปนั่นแหล่ะฮะท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นจงอย่าแปลกใจที่จะเห็นคนอายุไม่เกิน 30 ขึ้นมาเป็น Director หรือระดับผู้บริหาร เราควรทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องปกติ ส่งเสริมการเติบโตในสายอาชีพ (Career Path) ตามความสามารถ ไม่ใช่ตามวัยวุฒิอย่างเดียว บางคนแก่ประสบการณ์มานาน ก็ใช่ว่าจะเข้าใจเนื้องานสาย Digital Marketing ซักเท่าไหร่ ต่อให้เอาปริญญาฮาร์เวิร์ด 10 ใบมากอง แต่ถ้าเป็นองค์ความรู้เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ใช้ในทศวรรษนี้ไม่ได้ครับ อย่างไรก็ตามข้อเสียของคน Gen Y ที่ก้าวขึ้นมาสู่ระดับ Manager/Director หรือระดับ Excecutive คือ ขาดทักษะการบริหารคนครับ คนเหล่านี้ยังผ่านประสบการณ์การทำงาน การเข้าใจผู้คนที่น้อย องค์กรควรส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาเรื่องนี้ มีสถาบันพัฒนาความเป็นผู้นำ มีคอร์สฯ เยอะแยะครับ ลงทุนหน่อยน้าาาา

สิ่งที่ค้างคามานาน ใครเป็นคนกำหนดว่าอายุเท่านั้น เท่านี้ถึงควรจะเป็นตำแหน่งนี้ ตำแหน่งนั้น?

และก็อีกอย่าง เคยเห็นหัวหน้างานที่เคยผ่านการทำงานในองค์กรระดับโลกถูกไล่ออกต่อหน้าต่อตามาแล้ว อายุพี่เค้าก็ไม่น่าจะเกิน 40 นี่คือข้อยืนยันอย่างหนึ่งว่าอายุ และประสบการณ์ไม่เพียงต่อกับสายงานดิจิทัล ถ้ามาผิดจังหวะนะ

ฟองสบู่ที่พร้อมจะแตก

เรื่องนี้ผมเองก็วิตกอยู่เหมือนกันครับ ว่า 3 ปี 5 ปีข้างหน้าจะยังเป็นแบบนี้อยู่อีกมั้ย จึงไม่ประมาท พยายามเติมความรู้ อัพเดทตัวเองตลอด รู้ลึกให้เชี่ยวชาญ และรู้กว้างมากขึ้น เพราะพรุ่งนี้เทรนด์อาจเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน

สำหรับผมเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกทำงานกับใคร (แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ดี ฮ่าๆๆๆ) หากแต่เป็นการตอบโจทย์และเป้าหมายในชีวิต บ่อยครั้งต้องปฏิเสธเงินเดือนสูงลิ่ว เพียงเพราะบวกลบแล้ว ต้องคิดต่อไปอีกว่าเค้าจ้างเราขนาดนั้นแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคืออะไรบ้าง ทำยังไงเค้าถึงจะคุ้มทุนที่จ้างเราสูงขนาดนั้น บางกรณีก็เป็นเรื่องของต่างกรรม ต่างวาระ ฝั่งเอเจนซี่รายได้หลักมาจากกำไรค่าโฆษณา ในขณะที่ฝั่งแบรนด์ หรือ eCommerce จะมาจากกำไรในการดำเนินธุรกิจ ต้นทุน และสเกลธุรกิจต่างกัน เพราะฉะนั้นแบรนด์จะจ่ายหนักก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ หากจ่ายมากขึ้นนิดนึง แต่กำไรเพิ่มขึ้นมหาศาล

1200x630

ส่ิงที่เหนื่อยๆ สุดๆ และชวนท้อที่สุดของคนทำงาน Digital Marketing ในยุคนี้คือการต้องต่อสู้กับ Mindset ของลูกค้าที่ใช้กรอบความคิดการตลาดในยุคเดิมในโลกใบใหม่ ความคาดหวังของลูกค้าบางอย่างมันเป็นไปได้ บ่อยครั้งที่ลูกค้าหวังไว้อีกอย่าง คุยกันไม่รู้เรื่อง พอผลลัพธ์ออกมาไม่ได้ดั่งใจก็โทษว่า Digital Marketing ไม่ได้เรื่อง

ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนที่ทำงานดิจิทัลต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยคำพูดที่ว่า

“คงต้องปล่อยให้คนรุ่นนี้เกษียณออกไปก่อน ทางถึงจะสะดวกมากขึ้น”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *