ฟรีสัมมนาออนไลน์ : ปักหมุดร้านบนแผนที่ออนไลน์ด้วย Google My Business

Google My Business

Google ประเทศไทยได้จัดสัมมนาออนไลน์ ถ่ายทอดสดผ่าน YouTube ในหัวข้อ
“ปักหมุดร้านบนแผนที่ออนไลน์ด้วย Google My Business”
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2558 เวลา 11.00 – 12.00 น.

spG3OrC

Google My Business คือบริการปักหมุดข้อมูลธุรกิจ ร้านค้า ที่ทำการบริษัท ฯลฯ ลงในแผนที่ของ Google Maps นอกจากนี้ยังนำไปประยุกต์ใช้กับการลงโฆษณาออนไลน์ผ่าน Google AdWords ได้อีกด้วย รวมไปถึงการปรับแต่งเวบไซต์เพื่อเพิ่มอันดับการค้นหาใน Google หรือ SEO นั่นเอง

โดยในการสัมมนาครั้งนี้จะได้เรียนรู้ในหัวข้อต่อไปนี้

  • Google My Business (GMB) คืออะไร และมีประโยชน์กับธุรกิจอย่างไร?
  • สามารถสมัคร GMB ได้อย่างไร?
  • ความเกี่ยวข้องกันระหว่าง Google My Business และ Google Maps
  • การเชื่อมต่อโฆษณา Google AdWords กับ Google My Business

October Sky [1999]

เมื่อคืน เปิดไปช่อง Thai PBS กำลังฉายหนังเรื่องหนึ่งอยู่พอดี เปิดฉากความตื่นเต้นของครูสอนวิทยาศาสตร์ กับเด็กนักเรียนอเมริกันที่มีต่อการปล่อยดาวเทียมสปุตนิกของรัซเซีย

จากนั้นก็นั่งดูต่อไปเรื่อยๆจนจบแบบไม่รู้ตัว และก็น้ำตาไหลแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน จากนั้นค่อยมาค้นในเน็ตถึงรู้ว่าเรื่องที่ดูจบไปแล้วนั้นคือ “October Sky” และที่สำคัญพระเอกคุ้นๆหน้ามาก ซึ่งก็คือ Jake Glyllenhaal ในวัยละอ่อน ตอนแรกก็นึกว่าน่าจะเป็นนักแสดงแทนที่แสดงแทนในวัยเด็ก แล้วดูไปซักพักคงจะเป็น Jake ในวัยโตภาพคุ้นๆตา ที่ไหนได้ หนังเรื่องนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1999 แล้ว โอ้ว… นี่มันหนังเก่านานมาแล้วตั้ง 13 ปีที่แล้วหรือนี่

Octobey Sky เป็นเรื่องจริงของวิศวกรนาซ่านามว่า Homer Hickman ที่อาศัยอยู่ในเหมืองถ่านหิน เมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่มีความฝันอยากปล่อยจรวดออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสำเร็จทางอวกาศของรัซเซียที่สามารถส่งดาวเทียมสปุตนิกอออกไปโคจรรอบโลกได้สำเร็จ โดย Homer กับเพื่อนๆอีก 3 คน ได้สร้างจรวจที่ห้องใต้ดิน แล้วนำไปทดลองปล่อยที่ฐานยิงของพวกเค้าไกลออกไป 8 ไมล์ ซึ่งสิ่งที่พวกเค้ากำลังทำนั้นสร้างเสียงหัวเราะเยอะให้คนทั้งเมือง อีกทั้งพ่อของ Homer ก็ไม่ให้การสนับสนุน มองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกไร้สาระ สิ่งที่ลูกของเขาควรจะสนใจคืองานในเหมือง ที่พ่ออยากจะให้สืบทอด

แต่อย่างไรก็ตาม Homer และเพื่อนๆ ยังได้รับกำลังใจ แรงสนับสนุนจากครู Riley ครูสอนวิทยาศาสตร์ ช่างเชื่อมในเหมือง รวมไปถึงกำลังใจจากแม่ที่ผลักดันพวกเขาตลอดมา

หนังดำเนินเรื่องแบบง่ายๆ เดายังไงก็รู้ว่าฉากต่อไปจะเป็นยังไง แต่ท่ามกลางอุปสรรคทั้งภายนอก และจากภายในจิตใจของ Homer ทำให้หนังเรื่องนี้น่าลุ้น สร้างความประทับใจเป็นระยะ

สิ่งที่ผมมองเห็นในหนังเรื่องนี้อย่างแรกเลยก็คือ ความเพียรพยายามของเด็กหนุ่ม 4 คน ที่มุ่งมั่น ตั้งใจสร้างจรวจสำเร็จ จนผลงานของพวกเชาชนะการประกวด และได้ทุนเรียนฟรีในมหาวิทยาลัย ทำให้รู้สึกว่าอเมริกาในยุคปี 1959 นั้น การได้รับโอกาสทางการศึกษาคือความก้าวหน้าของตัวเอง และของประเทศชาติจริงๆ รัฐบาลมีทุกอย่างให้การสนับสนุนเต็มที่ ขาดเพียงแต่ทัศนคติของคนสองรุ่นที่อยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนกัน

คนรุ่นแรกคือรุ่นพ่อของ Homer ที่ยังมองการว่าการทำเหมืองถ่ายหินยังมีอนาคต ประเทศชาติต้องการเหล็ก ต้องการถ่านหินจึงจะพัฒนาได้ เขาจึงมุ่งไปยังใต้ดิน และอยากให้ลูกตามรอย ในขณะที่รุ่นลูกไม่ได้คิดอย่างนั้น หากแต่เป็นความเพียรพยายามที่จะอยู่เหนือพื้นดิน ออกไปนอกโลกเสียด้วยซ้ำ ที่นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดครั้งสำคัญให้ Homer กลับมาทดลองทำจรวจอีกครั้งหลังต้องหยุดเพราะติดปัญหาทั้งความเข้าใจผิดของตำรวจ และปัญหาทางครอบครัว

สุดท้ายอยากจะบอกว่าหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบก็ได้กำลังใจดีครับ เป็นเรื่องธรรดาที่คนๆหนึ่งคิดจะทำอะไรที่แตกต่างจากคนทั่วไปแล้วถูกหาว่าบ้า

คำว่า “อัจฉริยะ” กับคำว่า “บ้า” มีเส้นบางๆกั้นไว้ ซึ่งคำๆนั้นก็คือ “สำเร็จ กับ ไม่สำเร็จ”

หากสำเร็จคุณคืออัจฉริยะ

หากล้มเหลวคุณคือคนบ้าครับ